CART

Total : Products

ไม่มีสินค้าในตะกร้า

The Secret of Scent : Peppermint

The Secret of Scent : Peppermint

Date :

The Secret of Scent: Peppermint


ตำนานเรื่องเล่ากล่าวเอาไว้ว่า มินธี เป็นนางอัปสรที่ฮาเดสผู้ครองยมโลกหลงใหล จนใคร่อยากได้มาครอบครอง ทว่าเมื่อเรื่องถึงหูเพอร์ซีโฟนีผู้เป็นชายา ด้วยความหึงหวงริษยาจึงทำให้เพอร์ซีโฟนีสาปให้มินธีกลายเป็นพืช ด้วยความสงสาร ฮาเดสจึงทำให้มินธีกลายเป็นพืชที่มีกลิ่นหอมหวน และกลายเป็นที่มาของ มินต์ พืชที่มีคุณประโยชน์และมีค่าเกินกว่าจะประเมินได้


 


ในสมัยอิยิปต์โบราณมีบันทึกไว้ในม้วนกระดาษปาปิรุสเมื่อ 1550 ปีก่อนคริสตกาลว่ามีการใช้ใบมินต์ในการรักษาอาการปวดท้อง และมินต์ยังมีคุณค่าสูงขนาดที่ว่าชาวอิยิปต์ใช้แทนสกุลเงินตราเลยทีเดียว นักปรัชญาชาวโรมันบันทึกไว้ว่าเปปเปอร์มินต์ช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร และยังมีบันทึกต่อไปว่าหากนำใบมินต์มาร้อยเป็นมงคลสวมศรีษะกลิ่นของมินต์จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองและความรู้สึกทางใจอีกด้วย ชาวกรีกเชื่อว่ามินต์กระตุ้นเร้าความรู้สึกทางเพศจึงมีการห้ามทหารบริโภคมินต์เพื่อป้องกันการออกนอกวินัย


 


เปปเปอร์มินต์มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาเหนือและเมดิเตอร์เรเนียน และเข้าไปถึงยุโรปในราวศตวรรษที่ 18 โดยถูกนำไปใช้ในการปรุงอาหารและเป็นสมุนไพรรักษาโรค บันทึกด้านเวชศาสตร์ของไอซแลนด์ปี 1240 ระบุว่ามีการใช้มินต์ในการบำบัดโรค แต่กว่าที่มินต์จะแพร่หลายและเป็นที่นิยมก็กินเวลาถึงสองศตวรรษ นักบวชในยุคกลางใช้มินต์ในการขัดฟัน และในยุคเดียวกันนี้คนทำชีสก็เริ่มหันมาใช้กลิ่นของมินต์ในการไล่หนูออกจากห้องเก็บชีสด้วย


 


เวชศาสตร์อังกฤษเริ่มนำมินต์มาใช้ในการรักษาในราวปี 1721 และถูกบันทึกไว้ว่าใช้บำบัดรักษาอาการป่วยได้หลายอย่างตั้งแต่ อาการเจ็บคอ, กามโรค, ไข้ และอาการปวดศรีษะ เมื่อชาวอังกฤษไปตั้งถิ่นฐานในอเมริกา ก็พบว่าชาวอินเดียแดงพื้นเมืองรู้ถึงประโยชน์จากการใช้มินต์อยู่แล้ว สรรพคุณที่มีอยู่อย่างมากมาย นอกจากใช้ในการปรุงอาหารแล้ว ด้วยคุณสมบัติของสมุนไพรเย็นยังสามารถใช้บรรเทาแผลไฟลวก ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และยังขจัดแบคทีเรียรวมถึงจุลชีพอื่นได้ ทั้งยังช่วยลดอาการปวดและป้องกันการติดเชื้อได้ด้วย


 


เรียกได้ว่าทุกส่วนของต้นนั้นมีคุณลักษณะที่เป็นยา อีกทั้งมีสารประกอบฟีนอลอย่าง ฟลาโวนอยด์ ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระ, ต้านมะเร็ง และ โรคหัวใจ เปปเปอร์มินต์ที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลกในปัจจุบันเป็นพันธุ์ผสมระหว่างวอเตอร์มินต์กับสเปียร์มินต์ ซึ่งสามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันเพื่อใช้ได้ประโยชน์มากมายหลายอย่าง น้ำมันเปปเปอร์มินต์สกัดได้จากส่วนใบ ว่ากันว่าการเก็บใบมินต์ควรทำในวันที่มีแดดแรงเพราะเมนทอลในมินต์จะมีปริมาณสูงสุด น้ำมันจากมินต์ก็ได้จากเมนทอลเป็นหลักนั่นเอง


 


คุณประโยชน์ที่ได้จากน้ำมันเปปเปอร์มินต์ที่สามารถบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ, ปวดท้อง, ดูแลผิวพรรณ,ช่วยลดอาการไข้ อาการไอ, คัดจมูก, หอบหืด รวมถึงอาการหลอดลมอักเสบ, ขับเสมหะ, ลดอาการแพ้ต่างๆ, บรรเทาอาการคันและระคายเคืองที่ผิวหนัง, และบรรเทาอาการปวดข้อได้แล้วนั้น สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ น้ำมันมินต์ยังสามารถช่วยลดน้ำหนัก เพราะการสูดดมกลิ่นน้ำมันหอมระเหยมินต์จะช่วยลดความอยากอาหารลงได้อีกด้วย


 


นอกจากนี้น้ำมันจากมินต์ยังช่วยให้เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นมีสมาธิและความตื่นตัวได้ดีขึ้น น้ำมันที่สกัดได้จากมินต์ยังมีประสิทธิภาพดีกว่าน้ำยาบ้วนปากทั่วไปที่มีส่วนผสมของสารเคมี เนื่องจากน้ำมันมินต์สามารถป้องกันไบโอฟิล์มที่เป็นสาเหตุของฟันผุได้ และยังป้องกันการเกิดกลิ่นปากโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี (วิธิใช้คือหยดลงบนยาสีฟันก่อนแปรงตามปกติ) น้ำมันจากมินต์มีสารไลโปฟิลิกตามธรรมชาติจึงสามารถช่วยลดอาการและผื่นคันจากโรคเริม(หรืองูสวัด)ได้ และน้ำมันหอมระเหยจากเปปเปอร์มินต์ยังเป็นน้ำมันที่ถูกใช้มากที่สุดทั้งในด้านเวชภัณฑ์และพานิชย์ภัณฑ์ ในปัจจุบันจะพบได้ว่า มีการนำ เปปเปอร์มินต์ มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ รสเปปเปอร์มินต์ ทั้งลูกอม หมากฝรั่ง และช็อกโกแลต ซึ่งเป็นรสที่มียอดขายสูงที่สุดในโลก นับได้ว่า เปปเปอร์มินต์ เป็นพืชพรรณที่ทรงคุณค่าเหมาะอย่างยิ่งแก่การครอบครอง ด้วยเพราะประโยชน์ที่มีอยู่อย่างมากมาย ทั้งประกอบอาหาร ผลิตเป็นยารักษาโรค และยังสามารถช่วยให้รู้สึกสดชื่นเมื่อได้กลิ่นอีกด้วย


SHARE: