SHARE:

BACK

The Begining

Date

Categories
Interview

คุณเคยไหม ยามที่ชีวิตตีบตัน สิ้นจนหนทาง มีทางเลือกแค่สู้และถอย…


 


ตอนนั้นชีวิตฉันผ่านการเปลี่ยนงานมาประมาณ 5 แห่ง เหตุที่ออกจากงานประจำ ก็คือ ฉันได้ผ่อนบ้านที่อาศัยอยู่จวบจนอยู่ปัจจุบันหมดแล้ว ฉันจึงลาออกตามกฏระเบียบขององค์กรในเดือนถัดไป หลังจากนั้นจึงมาทำงานอิสระคือหนังเรื่ององคุลีมาล เมื่อจบหนังเรื่องนี้ ฉันและสมมารถ ในฐานะเพื่อนเก่าและผู้ช่วยในการทำหนัง ก็ได้รับรางวัลการออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม ชุดที่ออกแบบถูกนำไปจัดแสดงในหอภาพยนตร์แห่งชาติ เราเหลือเงินกันอยู่คนละก้อนไม่มากน้อย แต่เหนืออื่นใดเราทั้งสองคนก็ได้กลายเป็นคนระหกระเหเร่ร่อนไปในบัดดล


 


ครั้นจะตัดสินใจกลับไปทำงานในระบบ ก็มีความขยาดหวาดกลัว ทั้งยังมองไม่เห็นว่ามันจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์อะไรในชีวิต เพราะเคยทดลองอยู่ในระบบมายาวนานถึง 6 ปี แล้ว ทางเลือกเดียวตอนนั้นคือ ไปหาที่ๆ อาจจะมีความเป็นไปได้ใหม่ๆสำหรับฉัน แม้จะไม่ได้อยากจากใครไปไหนเลย แต่ถ้าต้องเลือกระหว่างการมีชีวิตทุกข์ทนอยู่ในระบบที่ฉันไม่เคยศรัทธา ทั้งยังไม่เห็นจุดจบที่หมายในชีวิตตัวเองเลย ทางเดียวที่เหลือให้เลือก คือการเดินจากไป และเป้าหมายนั้นคือการไป ดาร์จีลิง อินเดีย ไปหาเพื่อนรักคนหนึ่ง จุฑามาศ เทียนแท้ (เชฟของ Karmakamet Diner ในปัจจุบัน)


 


ระหว่างจำต้องไปก็ตัดสินใจกลับไปร่ำลาพ่อแม่พี่น้อง ที่สุไหงโกลก นราธิวาส แล้วมันก็เหมือนว่าเราอาจจะไม่เจอกันอีกเนิ่นนาน (ช่วงเวลานั้น ยังไม่เกิดอินเทอร์เน็ต เราติดต่อกันด้วยจดหมาย โทรศัพท์ และอย่างไวที่สุดคือ โทรเลข) ระหว่างที่อยู่บ้าน ด้วยความที่จากบ้านมานานนักหนา ฉันจึงเข้าไปรื้อค้นสิ่งละอันพันละน้อยในห้องเก็บของที่บ้านเก่า เพื่อซึมซับชีวิตที่ฉันรักในวัยเด็ก สำหรับเป็นสเบียงกรังในการจากบ้านอย่างยาวนานในคราวนี้ ระหว่างรื้อค้นสิ่งต่างๆอยู่ กล่องกระดาษเก่าโยเยก็หล่นลงมา ในนั้นมีทั้งหีบไม้และอัลบั้มรูปตั้งแต่สมัยไหนไม่รู้ แต่สิ่งสำคัญคือกระดานหินแผ่นหนึ่ง


 


ฉันนำอัลบั้มรูปโบราณนั้นออกมานั่งดูด้วยความเพลิดเพลินรูปอาโผ่ว อากง อาม่าและคนที่ไม่รู้จักบนเกาะไหหลำ (รกรากต้นตระกูลฝ่ายแม่) ระหว่างนั้นแม่ก็มานั่งดูอยู่ด้วย และเล่าเรื่องโบราณหนหลังเหล่านั้นให้ฟังบรรยายตลอดทุกภาพ ในอัลบั้มเล่มนั้นนอกจากอัลบั้มภาพก็ยังมีกระดานหินซึ่งฉันไม่ใคร่แน่ใจว่ามันคืออะไร คิดเอาว่ามันเป็นกระดานชนวนแบบที่คนสมัยก่อนเอาไว้ใช้เขียนแทนกระดาษ แต่ไม่ใช่! มันคือกระดานคลึงธูปมือ แบบดั้งเดิมที่อากงใช้ในการทำธูปต่างหาก (อาชีพดั้งเดิมรองจากการเป็นหมอยาจีน) นั่นทำให้ฉันนึกออกว่าเราเคยมีอาชีพทำธูปไหว้พระขาย ‘ธูป Karma’ ของเรานั้นมีกลิ่นหอมเสียด้วย ประกอบกับช่วงเวลานั้นกระแสนิยม Asian Modern กำลังเกิดขึ้นบนความนิยมระดับโลกซึ่งสอดคล้องกับกระแส Aromatherapy ที่กำลังก่อตัวขึ้นไปทั่ว


เกินกว่าคิดเกินกว่าฝันฉันคิดว่า ณ ที่นั่น ณ ตรงนั้น Karmakamet Aromatic ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น


ณัทธร รักษ์ชนะ

Founder of Karmakamet